ใครยังไม่รู้ต้องอ่าน!! แพทย์เตือนคนอ้วนอาจมีอายุสั้นลงถึง 8 ปี

 

นักวิจัยที่สถาบันวิจัยสุขภาพแม็คกิล มหาวิทยาลัยแม็คกิลได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักร่างกายกับอายุขัย พบว่า คนที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติหรืออ้วนนั้นมีแนวโน้มที่จะมีอายุสั้นกว่าเดิมมากสุดถึง 8 ปี

งานวิจัยนี้ได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิชาการ The Lancet Diabetes and Endocrinology โดยชี้ว่า คนที่อ้วนนั้นมักจะมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวานหรือโรคทางเดินโลหิตตั้งแต่อายุยังน้อย และน้ำหนักที่เกินมานี้ยังทำให้ช่วงเวลาที่จะมีสุขภาพดีลดลงไปนานถึงสองทศวรรษเลยทีเดียว

“ทีมงานของเราได้รับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคัลการีและมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ช่วยกันพัฒนาแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยให้หมอและผู้ป่วยเข้าใจกันมากขึ้นว่า น้ำหนักที่เกินมานี้ไปลดอายุขัยของเราได้อย่างไร และพัฒนาไปเป็นโรคหัวใจและเบาหวานได้อย่างไร” ศาสตราจารย์ ดร.สตีเฟน โกรเวอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแม็คกิลเผย

ดร.โกรเวอร์ และทีมวิจัยนำข้อมูลจากแบบสำรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติ ในช่วงปี 2003 ถึง 2010 มาพัฒนาแบบจำลองสำหรับการประเมินความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานและโรคทางเดินโลหิตในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักร่างกายแตกต่างกัน นักวิจัยนำข้อมูลจากคนเกือบ 4,000 คนไปวิเคราะห์เพื่อหาว่าน้ำหนักร่างกายที่เกินมานี้ไปทำให้ระยะเวลาของชีวิตและช่วงเวลาที่สุขภาพดีของชีวิตลดลงไปอย่างไร

นักวิจัยได้ประมาณการณ์ไว้ว่า คนที่อ้วนมากจะมีอายุสั้นลง 8 ปี ส่วนคนที่อ้วนปานกลางจะมีอายุสั้นลง 6 ปี ส่วนคนที่มีน้ำหนักร่างกายเกินกว่าปกติเล็กน้อยจะมีอายุสั้นลง 3 ปี

นอกจากนี้ นักวิจัยยังค้นพบด้วยว่า ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีนั้นจะหายไป 2 เท่าสำหรับที่น้ำหนักเกิน และคนที่อ้วนไปเลยนั้น ช่วงเวลาที่มีสุขภาพดีจะหายไป 4 เท่า เทียบกับคนที่มีน้ำหนักปกติ หรือคิดเป็น 18.5-25 ดัชนีมวลกาย (BMI) นอกจากนี้ อายุที่น้ำหนักเริ่มเกินก็เป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน โดยคนที่มีน้ำหนักเกินตั้งแต่อายุยังน้อย ก็จะมีผลเสียหายมากกว่า

“รูปแบบนี้ค่อนข้างชัดเจน ยิ่งคนมีน้ำหนักมากเท่าไหร่ และยิ่งอ้วนเร็วเท่าไหร่ ผลกระทบต่อสุขภาพก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ในเรื่องของอายุขัยนั้น เรารู้สึกว่าคนที่มีน้ำหนักมากมีความร้ายแรงเท่ากับการสูบบุหรี่เลยนะ” ดร.โกรเวอร์ชี้

ในการวิจัยขั้นต่อไปนั้นคือการศึกษาข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อหาปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องอื่นๆ

“คำถามที่น่าสนใจคือ ‘แล้วถ้า…’ เช่น ถ้าน้ำหนักลดลงไป 10-15 กิโลกรัมล่ะ หรือว่า ถ้าเราออกกำลังกายมากขึ้นล่ะ หรือตัวเลขนี้มีปรับเปลี่ยนได้อีกหรือไม่” ดร.โกรเวอร์อธิบาย

ปัจจุบัน นักวิจัยกำลังทำการศึกษาเพื่อดูว่า หากให้ข้อมูลเหล่านี้พร้อมทั้งโปรแกรม e-health ทางเว็บไซต์เพื่อช่วยเหลือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีสุขภาพดีมากขึ้น จะมีผลดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร และกิจกรรมต่างๆ

“แบบจำลองทางคลินิกนี้จะมีความหมายกับผู้ป่วยและผู้เชี่ยวชาญ ทำให้เราเข้าใจประเด็นมากขึ้น เห็นข้อดีของการมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าหลายคนก็ทำไม่ค่อยได้” ดร.โกรเวอร์เสริม

 


ที่มา : vcharkarn.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *